Monday, December 12, 2016

"บิ๊กตู่" ลุยพื้นที่แดง ทุบยี่ห้อเก่า เร่ขายของใหม่

รายงานพิเศษจากการลงพื้นที่ จ.ปทุมธานี ของนายกฯ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" : โดย สำนักข่าวเนชั่น
            ดูเหมือนว่าอีเว้นต์การเมืองในเวลานี้ดูจะเริ่มคึกคักขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคาข้าว ล่าสุด วันนี้ (18 พ.ย.) ก็ถึงคราว บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ควงพี่น้องสุดเลิฟ ทั้งพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมคณะลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำ ที่ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี

            ทันทีที่เดินทางมาถึง นายกฯก็ไม่พลาดโอกาสพูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชนในการทำงานที่ผ่านมาว่าแก้ปัญหาอะไรไปบ้าง และอดไม่ได้ที่จะพูดถึงผลงานโบว์แดงชิ้นหนึ่งคือ การบริหารจัดการน้ำจนไม่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ซ้ำรอย เมื่อปี 54

            "เรื่องของน้ำที่ ปี 59 น้ำไม่ท่วม เพราะรัฐบาลบริหารจัดการน้ำ จากข้างบนลงข้างล่าง ถ้าปล่อยปะก็ท่วมเหมือนเดิม ถ้าเราปล่อยให้ข้างล่างทำอะไรก็ได้ ก็จะท่วมเหมือนเดิม" นายกฯ ระบุ

ทว่าระหว่างที่นายกฯ กำลังพูดคุยกับประชาชนอย่างเพลิดเพลินตามสไตล์ จู่ๆ ปลาตัวหนึ่งได้กระโดดขึ้นฝั่ง ใกล้กับจุดที่ นายกฯ กำลังยืนพูดอยู่ จากที่ยืนสังเกตอยู่ไกลๆ ขนาดตัวใหญ่ประมาณเท่าแขน ลักษณะคล้ายปลาตะเพียน หรือปลานิล อะไรทำนองนั้น เสียงดิ้นไปดิ้นมาของมันเรียกความสนใจให้หลายคนหันมอง

            แต่ผ่านไปอึดใจเดียวในที่สุดมันก็ดิ้นลงน้ำไปตามเดิม ไม่สามารถดึงความสนใจจนขัดจังหวะการพูดของบิ๊กตู่ได้

            เมื่อเสร็จจากการพูดคุยกับประชาชน กำหนดการต่อไป บิ๊กตู่ มีคิวรับฟังการบริหารจัดการน้ำจากอธิบดีกรมชลประทาน บริเวณคลองระพีพัฒน์แยกตก ประตูน้ำที่ 8 แต่ดูเหมือน อธิบดีกรมชลฯ แทบจะไม่ได้ปริปากพูดเลย กลับเป็นบิ๊กตู่เองที่สวมบทบรรยายเองทั้งหมด ทำเอาต้องเปิดดูกำหนดการอีกครั้ง ว่า สรุปแล้วใครเป็นคนต้องรายงานกันแน่

            อีกจุดหนึ่ง ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบึงซำอ้อ ซึ่ง บิ๊กตู่ ได้มาตรวจเยี่ยมและพบปะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน เจ้าตัวก็ไม่พลาดที่จะยึดโพเดี่ยมควงไมค์จ้ออีกรอบ และรอบนี้เองที่ใครถ้าได้ฟัง บิ๊กตู่ พูดจะรู้สึกว่ากำลังพยายามเปรียบเทียบให้คนในพื้นที่เห็นความแตกต่างระหว่าง โครงการจำนำยุ้งฉางกับโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์  "ถ้าไม่จัดระเบียบก็พังเหมือนเดิม ไม่มีใครกล้าทำเหมือนรัฐบาลนี้ อย่ามัวแต่คิดว่าจะต้องได้งบประมาณมากแล้วพัฒนาเฉพาะของตัวเอง มัวคิดถึงแต่คะแนนเสียง แต่ต้องคำนึงถึงคนอีก 60กว่าล้านคนว่าจะอยู่อย่างไร วันนี้บางคนไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลไม่เอาเงินมาแจกชาวนา ความจริงเราใช้ไปเยอะในรูปแบบเดียวกันนี้ แต่ไม่ผิดกฎหมาย เพราะการจำนำยุ้งฉางไม่ได้เป็นการจำนำทุกเมล็ด เป็นการจำนำในช่วงบางเวลาที่มีปัญหาเท่านั้น" บิ๊กตู่ บอกแบบนั้น

            แถม บิ๊กตู่ ยังได้บรรยายสรรพคุณโครงการจำนำยุ้งฉาง ซึ่งนับเป็นช่วงไฮไลต์ ด้วยว่า

            "จะเอาแบบนี้หรือแบบเดิม ใช้มาตรการอุดหนุนไปเรื่อยๆ พอตังค์หมดก็เลิก จะเอาแบบรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งมีอนาคต แต่อย่าคิดว่าต้องได้เร็วได้ช้า รัฐบาลจะทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้"

            พอรูปการณ์ออกหน้านี้ เลยอดคิดไม่ได้ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำจริงแท้แล้วแค่ไหน ในเวลาที่ฝนเริ่มทิ้งช่วงกำลังเข้าสู่หน้าหนาวแบบนี้ หรือแท้จริงแล้วการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อหวังช่วงชิงพื้นที่ข่าวในจังหวะเดียวกับที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังโหมกระแสอีเว้นต์ขายข้าวช่วยชาวนา และดูจะถูกพูดถึงไม่น้อย แม้จะไม่ได้ส่งผลในภาพใหญ่ แต่การเทกแอ็กชั่นแบบจับต้องได้ ย่อมมีผลทางความรู้สึกได้มากกว่า
ประกอบกับวันเดียวกันนี้ (18พ.ย.) อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ มีกำหนดเดินทางมาร่วมฟังคำไต่สวน นัดที่6 ฐานะจำเลย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว

            จึงเป็นไปได้ว่างานนี้กุนซือ “บิ๊กตู่” เลยแก้เกมด้วยการรุกกลับ โดยมุ่งตรงลงไปในพื้นที่สีแดงเข้มอย่าง ปทุมธานี

            การพูดครั้งนี้ แม้ บิ๊กตู่ จะไม่ได้ออกหมัดไปยังรัฐบาลก่อนตรงๆ แต่การยกผลงานตัวเองเทียบผลงานเก่าๆ ของรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งยังคาราคาซังในกระบวนการยุติธรรม ทั้ง เรื่องแก้ราคาข้าว หรือเรื่องน้ำท่วมใหญ่ ปี 54 ซึ่งอยู่ในชั้นไต่สวนของป.ป.ช. คล้ายเป็นการพยายามทุบแบรนด์เก่ายี่ห้อ "ยิ่งลักษณ์" ที่คนติดไม่น้อย ว่าแม้รูปสวย แต่ประสิทธิภาพอาจไม่เท่ารูปลักษณ์ ด้วยการแทนที่ยี่ห้อใหม่ ตอกย้ำ ผ่านแบรนด์ "ประยุทธ์" ที่รูปลักษณ์อาจดูไม่หวือหวา แต่การันตีว่ายั่งยืนกว่า

            นี่เป็นสัญญาณว่า เมื่ออีเว้นต์ขายข้าวยิ่งลักษณ์ กำลังเป็นกระแส มีหรือ "อีเว้นต์ลุงตู่" จะอยู่นิ่ง เข้าตำราแลกกันคนละที

            จับตาการลงพื้นที่ตรวจราชการครั้งต่อไป ที่ จ.เชียงราย ซึ่งถือเป็นพื้นที่สีแดง ในวันที่ 28 พ.ย.นี้  เกมรุกคืบอำนาจเก่าของบิ๊กตู่ จะเข้มข้นขึ้นแค่ไหน จะกดให้ขั้วตรงข้ามสงบนิ่ง หรือยิ่งกระตุ้นให้เข็นอีเว้นต์ที่มีผลทางความนิยมทางการเมืองออกมาอีก

0 comments:

Post a Comment